14พ.ย.5 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจัดฟัน

การจัดฟันไม่ได้มุ่งหมายเพียงแค่การจัดฟันเท่านั้น หนึ่งในบทบาทสำคัญของการจัดฟันคือการแก้ปัญหาการสบฟันที่ไม่ปกติและใบหน้าที่ผิดปกติที่เกี่ยวข้อง ทันตแพทย์จัดฟันใช้เครื่องมือจัดฟันเพื่อรักษาสภาพต่างๆ เช่น ฟันคุด ฟันคุด ฟันล่าง และช่องว่างระหว่างฟัน ให้เรียงตัวสวย ยิ้มมั่นใจมากขึ้น

โดยการจัดฟัน ใช้เวลาในการจัดยาวนาน บางคนอาจจะ 3 ปี 5 ปี ถึง 10 ปีเลยทีเดียว เนื่องจากสภาพช่องปากแต่ละคนไม่เหมือนกัน การรักษาจึงแตกต่างกันไป รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษายังไม่เท่ากันอีกด้วย ดังนั้น การจัดฟันต้องมีการเตรียมตัวและเตรียมความพร้อม เพื่อให้เกิดปัญหาตามมาทีหลังให้น้อยที่สุด 

1. เตรียมเวลา

ในการจัดฟัน จะใช้เวลาค่อนข้างนาน เฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี และต้องพบหมอ เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนต่อครั้ง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราสามารถเดินทางไปพบหมอได้เป็นประจำทุกเดือนโดยไม่ผิดนัดหมอ เพื่อให้หมอเช็คสภาพฟันได้ และรักษาได้อย่างถูกต้อง (ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการรักษาของแต่ละเคส)

2. เลือกคลินิกจัดฟัน

ก่อนการจัดฟัน ควรคิดไว้เสมอว่า ถ้ายิ่งผิดนัดหมอบ่อยแค่ไหน ระยะเวลาในการจัดฟันจะยิ่งนานกว่าเดิมที่ควรจะเป็น รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ตามมาทีหลัง และการเลือกคลินิกจัดฟัน ไม่ใช่แค่ที่ที่เดินทางสะดวกเท่านั้น แต่ต้องเป็นที่ที่ต้องมั่นใจได้ว่าหมอฟันมีความรู้และประสบการณ์ที่มากพอ หรือจะถามเพื่อน ครอบครัว และเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับคำแนะนำในการจัดฟัน หรือคนรู้จักที่เคยจัดฟันที่ไหนมาบ้าง สามารถบอกคุณเกี่ยวกับประสบการณ์ของพวกเขาได้

3. เตรียมค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน

ในกรณีนี้ การจัดฟันมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากก่อนจากจัดฟัน จะต้องเคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อยก่อนติดเครื่องมือจัดฟัน ซึ่งทุกขั้นตอนมีค่าใช้จ่ายเสมอ เช่น อุดฟัน ขูดหินปูน บางคนอาจไม่มีปัญหาในช่องปากเยอะ ค่าใช้จ่ายก็น้อยลง แต่หากบางคนมีปัญหาในช่องปากเยอะ ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งสูงขึ้นเช่นกัน และหากเราติดเครื่องมือจัดฟันเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการผ่อนจ่ายในทุก ๆ เดือน ดังนั้น จึงต้องมีการสำรองเงินทุกครั้ง หากไม่มีการเตรียมค่าใช้จ่ายล่วงหน้า อาจทำให้การรักษาฟันยืดเวลาออกไปอีก และค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากการจัดฟันช้าเกินกำหนด โดยคลินิกทันตกรรมเชียงใหม่ CDC Chiang Mai Dental Clinic เป็นคลินิกทันตกรรมเฉพาะทางโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญงานเฉพาะทาง ป้องกันและรักษาสุขภาพในช่องปาก มีการจัดฟันให้เลือก 2 แบบ ได้แก่

  • การจัดฟันแบบธรรมดา 

การจัดฟันแบบยางสี เป็นการจัดฟันอุปกรณ์ติดแน่นบนฟัน ซึ่งเราพบเห็นกันบ่อย ๆ มีสีสันสดใสด้วยยางจัดฟัน ราคาไม่สูงมากนัก แต่ต้องพบทันตแพทย์ทุก ๆ เดือนเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟัน ระยะเวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับปัญหาฟันของแต่ละบุคคล การทำความสะอาดทำได้ยากกว่าเครื่องมืออื่น ๆ เนื่องจากเครื่องมือต้องอาศัยยางในการรัดให้ลวดอยู่กับอุปกรณ์ทำให้มีเศษอาหารมาติดได้ง่ายกว่า โดยที่คลีนิกมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 35,000 บาท สามารถแบ่งจ่ายได้ดังนี้

– ค่าคิดเครื่องมือ 4,000 บาท 3 เดือน

– เดือนที่ 4 เป็นต้นไป มีค่าปรับเครื่องมือเดือนละ 1,000 บาท ตลอดการจัดฟัน

หมายเหตุ : บางเคสอาจจะมีค่าเครื่องมือพิเศษ

ภาพผู้หญิงยิ้มเห็นเหล็กจัดฟัน

  • การจัดฟันแบบใส Invisalign

เป็นการจัดฟันแบบใส ที่สามารถถอดได้ และถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ นับว่าเป็นเทคโนโลยีการจัดฟันใสที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ข้อดีของการจัดฟันใสแบบ Invisalign นอกจากความสะดวกสบายแล้ว ยังมองไม่เห็นเครื่องมือจัดฟัน และทำความสะอาดง่ายมาก จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลามาพบแพทย์ ส่วนราคาการจัดฟันชนิดนี้มีราคาสูงกว่าการจัดฟันประเภทอื่นๆ เนื่องจากเป็นการทำโดยแล็ปที่อเมริกาทำให้มีราคาที่สูงกว่า โดยเฉลี่ยคลินิกหลาย ๆ ที่ จะราคาเริ่มที่ 80,000 บาท

การจัดฟันแบบใส Invisalign

4. เตรียมความพร้อม

โดยการจัดฟัน ต้องมีการเคลียร์ช่องปากทุกครั้งก่อนรับการรักษา มีขั้นตอนตามมาตรฐานการจัดฟันดังนี้

  • ตรวจฟันเบื้องต้นมีค่า X-ray ฟัน 600 บาท และพิมพ์ฟัน 1,000 บาท
  • อุดฟัน  และขูดหินปูนให้เรียบร้อย โดยคลินิกมีบริการนี้ อุดฟัน 650/ซี่ และขูดหินปูนเริ่มที่ 700 บาท
  • อาจมีการถอนฟันเพิ่มเติม เริ่มที่ 600-1,000/ซี่

5. เตรียมเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการดูแลฟัน

เนื่องจากติดเครื่องมือจัดฟันเรียบร้อยแล้ว การดูแลฟันจะยากขึ้น จึงต้องมีการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของการจัดฟัน ดังนี้

  • การแปรงฟัน ต้องแปรงให้นานขึ้น และต้องใช้แปรงสีฟันสำหรับจัดฟัน เพื่อความสะอาดที่ลึกขึ้น
  • การใช้ไหมขัดฟันและน้ำยาบ้วนปาก เพื่อดึงเอาเศษอาหารที่แปรงไม่สามารถเข้าถึงได้ ให้หลุดออกไป
  • อาหารการกินและของต้องห้าม อาหารที่กินได้ ต้องเป็นประเภทต้มหรือผัด เนื้อสัตว์ชิ้นเล็กๆ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ประเภทของแข็งของทอด ลูกอม ขนมคบเคี้ยว หรือการกัดแทะอาหารโดยตรง เพราะมีโอกาสที่ตัวเครื่องมือติดฟันหลุดได้ เป็นการเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ห้ามกัดแทะโดยตรง

การจัดฟัน ต้องให้ทันตแพทย์เป็นผู้แนะนำเท่านั้น ซึ่งการจัดฟันเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องฟันยื่น ฟันเก ฟันเบี้ยว ฟันล้ม ฟันห่าง ไปจนถึงเหงือกมีปัญหาและคางสั้น และต้องมีวินัย ตรงต่อเวลา ในการพบทันตแพทย์ทุกครั้ง รวมทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องค่าใช้จ่าย และเวลา ต้องเตรียมให้พร้อมไว้เสมอ เพื่อการดูแลรักษาฟันให้มีประสิทธิภาพและเห็นผลที่สุด

CDC Dental Clinic

คลินิกทำฟัน จัดฟัน เชียงใหม่ ดูแลเรื่องฟัน ทันตกรรมครบวงจร โดยทีมทันตแพทย์มากประสบการณ์

ชั้น 2 โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-19.30 น.
Tel. 053-230136, 061-316-2992

ติดต่อ

Tel. 053-230136

CDC Dental Clinic

CDC Dental Clinic

CDC Dental Clinic

Copyright 2022 © คลินิกทำฟันเชียงใหม่ cdcdentalclinic

Scroll to top