16ก.ย.

การจัดฟันเป็นการรักษาทางทันตกรรม ที่ช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันผิดปกติให้กลับมาเรียงตัวเป็นระเบียบสวยงามขึ้นมาได้ ด้วยการใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ปรับรูปฟันให้ขยับไปตามตำแหน่งที่ถูกต้อง ส่งผลให้รูปปากและโครงหน้าที่ดูไม่สมส่วนกลับมาดูดีขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้คนที่มีปัญหาฟันห่าง, ฟันซ้อน, ฟันเก, ฟันเหยิน, ฟันยื่น จึงหมดห่วงกับปัญหาของฟันตัวเองได้ เพราะการจัดฟันช่วยให้มีฟันสวยงามขึ้น และยิ้มได้อย่างมั่นใจ

ประเภทของการจัดฟัน

การจัดฟันแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. การจัดฟันแบบติดเครื่องมือ

เป็นการจัดฟันที่มีวัสดุติดอยู่บนผิวฟันตลอดเวลาของการจัดฟัน เช่น การจัดฟันแบบโลหะ, การจัดฟันแบบยางสี,  การจัดฟันแบบเซรามิก เป็นต้น

  1. การจัดฟันแบบไม่ติดเครื่องมือ

เป็นการจัดฟันแบบถอดออกได้ ไม่ต้องมีเครื่องมือติดอยู่บนผิวฟัน ซึ่งการจัดฟันประเภทนี้จะมีความสะดวก เพราะเป็นการจัดฟันแบบใส อินวิสไลน์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดฟันชนิดใสแบบถอด เพื่อใช้ทานอาหารหรือแปรงฟันได้สะดวก

รูปแบบของการจัดฟัน

รูปแบบของการจัดฟัน แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้

  1. การจัดฟันด้วยเครื่องมือที่เป็นโลหะ

รูปแบบการจัดฟันแบบนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นการจัดฟันแบบใช้อุปกรณ์ติดแน่นบนฟัน หรือที่เรียกกันว่า Bracket เป็นโลหะสีเงิน ส่วนยาง (Oring) ที่ใช้รัดลวดจัดฟันให้ติดกับ Bracket จะมีสีสันสดใส ทำหน้าที่ในการดึงฟัน โดยทันตแพทย์จะนัดเพื่อปรับเหล็กจัดฟันทุกๆ 4 – 6 สัปดาห์ เพื่อให้ฟันเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการ โดยการจัดฟันแบบนี้อาจต้องใช้เวลาในการจัดประมาณ 1 – 3 ปี

ข้อดี

  • มีราคาไม่แพง
  • สามารถจัดฟันที่มีความซ้อนเกได้ทุกรูปแบบ
  • เปลี่ยนสียางได้ทุกเดือนตามต้องการ

ข้อเสีย

  • รู้สึกตึงปากและเจ็บปากในช่วงจัดฟันและช่วงการเคลื่อนของฟัน
  • ทำความสะอาดยาก
  1. การจัดฟันด้วยเครื่องมือที่เป็นเซรามิก

เป็นการจัดฟันยึดติดแน่นคล้ายกับการจัดฟันเครื่องมือที่เป็นโลหะ แต่ต่างกันตรงที่เครื่องมือที่ใช้ยึดติด Bracket มีสีเหมือนฟัน เหมาะกับคนที่ต้องการจัดฟันแต่ไม่อยากให้คนเห็นว่าจัดฟัน ส่วนยาง (Oring) ที่ใช้รัดลวดจัดฟันให้ติดกับ Bracket จะมีสีสันสดใส ส่วนลวดก็ใช้โลหะสีเงิน

ข้อดี

  • มีสีเหมือนฟัน
  • สามารถจัดฟันที่มีความซ้อนเกได้ทุกรูปแบบ
  • เนื่องจากการจัดฟันแบบนี้เป็นการจัดฟันด้านนอก จึงดูแลรักษาเครื่องมือได้ง่าย

ข้อเสีย

  • วัสดุที่ใช้แตกหักง่าย
  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการจัดฟันด้วยเครื่องมือที่เป็นโลหะ
  1. การจัดฟันด้วยเครื่องมือดาม่อน

การจัดฟันรูปแบบนี้จะใช้เครื่องมือแบบดาม่อน ซึ่งความพิเศษของมันคือ ช่วยในการเลื่อนฟันแบบมีระบบ และมีความนุ่มนวลมากกว่ารูปแบบเหล็ก ทำให้เจ็บตัวน้อยกว่า และยังทำความสะอาดง่ายกว่าด้วย เหมาะกับคนที่กลัวความเจ็บปวดจากการจัดฟัน

ข้อดี

  • ลดระยะเวลาในการจัดฟันลง เพราะการเคลื่อนฟันเร็วขึ้น
  • เจ็บตัวน้อย
  • ทำความสะอาดง่าย
  • ไม่ต้องพบทันตแพทย์บ่อย
  • สามารถจัดฟันที่มีความซ้อนเกได้ทุกรูปแบบ

ข้อเสีย

  • ค่าใช้จ่ายสูง
  • หากทำความสะอาดไม่ดี จะเกิดหินปูนง่ายมาก
  1. การจัดฟันแบบใสอินวิสไลน์

การจัดฟันแบบใสอินวิสไลน์เป็นการจัดฟันแบบไร้เครื่องมือ ไม่มีลวดเหล็ก สามารถถอดออกได้ อุปกรณ์ทำมาจากพลาสติกมีผิวสัมผัสเรียบ ใส ถ้าไม่สังเกตก็มองไม่เห็นว่าจัดฟันอยู่ เป็นการรักษาด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จะเห็นภาพ 3D ถึงการเคลื่อนของฟัน สามารถคำนวณจำนวนชุดเครื่องมือจัดฟันแบบใสที่จะต้องใช้ได้ การจัดฟันแบบนี้คนไข้ต้องเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟันอันใหม่เป็นประจำทุกๆ 1 – 2 เดือน และทำไปเรื่อยๆจนกว่าฟันจะเข้าที่

ข้อดี

  • สามารถแก้ปัญหาฟันได้ทุกรูปแบบ
  • ถอดง่าย ใส่ง่าย
  • ไม่ระคายเคืองช่องปาก
  • ไม่ต้องพบทันตแพทย์บ่อย
  • ระยะเวลาในการจัดฟันเข้าที่เร็ว

ข้อเสีย

  • มีราคาสูง

CDC Dental Clinic

คลินิกทำฟัน จัดฟัน เชียงใหม่ ดูแลเรื่องฟัน ทันตกรรมครบวงจร โดยทีมทันตแพทย์มากประสบการณ์

ชั้น 2 โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-19.30 น.
Tel. 053-230136, 061-316-2992

ติดต่อ

Tel. 053-230136

CDC Dental Clinic

CDC Dental Clinic

CDC Dental Clinic

Copyright 2022 © คลินิกทำฟันเชียงใหม่ cdcdentalclinic

Scroll to top